ฮิวมิกแอซิดคืออะไร?
กรดฮิวมิก (Humic Acid: HA) เป็นสารฮิวมิกชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างโมเลกุลขนาดใหญ่ มีสีเข้มตั้งแต่น้ำตาลเข้มจนถึงสีดำ โครงสร้างของกรดฮิวมิกประกอบด้วยสายโซ่คาร์บอนและวงแหวนคาร์บอนเป็นหลัก นอกจากคาร์บอนแล้ว กรดฮิวมิกยังประกอบด้วยออกซิเจน ไนโตรเจน ไฮโดรเจน และฟอสฟอรัส องค์ประกอบที่แน่นอนของกรดฮิวมิกจะแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับแหล่งที่มา กรดฮิวมิกแทบไม่ละลายในน้ำ แต่ละลายได้อย่างสมบูรณ์ในสารละลายด่าง กรดฮิวมิกทำงานได้ดีที่สุดในดิน โดยทำหน้าที่เป็นสารคีเลตเพื่อปลดปล่อยธาตุอาหารและจับกับธาตุอาหาร ทำให้ธาตุอาหารอยู่ในรูปแบบที่พืชสามารถดูดซึมได้ นอกจากนี้ กรดฮิวมิกยังสามารถกระตุ้นการเจริญเติบโตของรากและยอดพืช กระตุ้นกิจกรรมของจุลินทรีย์ในดิน และปรับปรุงโครงสร้างของดินได้อีกด้วย

ฟุลวิกแอซิดคืออะไร?
กรดฟุลวิก (Fulvic Acid: FA) เป็นสารฮิวมิกอีกชนิดหนึ่งที่มีโครงสร้างโมเลกุลที่ซับซ้อนน้อยกว่า มีความคล้ายคลึงกับกรดฮิวมิกแต่แตกต่างกันในด้านปริมาณคาร์บอนและออกซิเจน และมีน้ำหนักโมเลกุลที่น้อยกว่า กรดฟุลวิกละลายได้ในน้ำที่ทุกระดับ pH ซึ่งแตกต่างจากกรดฮิวมิกที่ละลายได้เฉพาะในสภาวะที่มี pH สูงเท่านั้น สีของกรดฟุลวิกอยู่ในช่วงตั้งแต่สีเหลืองไปจนถึงสีน้ำตาลอ่อน กรดฟุลวิกมีความว่องไวในการทำปฏิกิริยามากกว่ากรดฮิวมิก เนื่องจากมีปริมาณออกซิเจนที่มากกว่ากรดฮิวมิกเกือบสองเท่า กรดฟุลวิกเป็นสารคีเลตอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และสามารถใช้ผ่านการฉีดพ่นทางใบได้ เนื่องจากมีขนาดโมเลกุลที่เล็กและประจุไฟฟ้า ซึ่งพืชสามารถดูดซึมได้ทันที

พืชต้องการชนิดไหน?
เราแนะนำให้ใช้ทั้งกรดฮิวมิกและกรดฟุลวิก เนื่องจากทั้งสองชนิดมีความจำเป็นต่อการรักษาสุขภาพของพืช การใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่งจะไม่ให้ประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพแก่พืช เนื่องจากกรดทั้งสองชนิดทำงานประสานกัน ตัวอย่างเช่น กรดฟุลวิกเป็นสารคีเลตอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสามารถคีเลตธาตุอาหารในรูปแบบที่พืชสามารถดูดซึมได้มากขึ้น ในทางกลับกัน กรดฮิวมิกสามารถปรับปรุงโครงสร้างของดินให้กักเก็บน้ำและธาตุอาหารได้มากขึ้น
HUMUS KALI
เราแนะนำให้ใช้ทั้งกรดฮิวมิกและกรดฟุลวิก เนื่องจากทั้งสองชนิดมีความจำเป็นต่อการรักษาสุขภาพของพืช การใช้เพียงชนิดใดชนิดหนึ่งจะไม่ให้ประโยชน์ที่มีประสิทธิภาพแก่พืช เนื่องจากกรดทั้งสองชนิดทำงานประสานกัน ตัวอย่างเช่น กรดฟุลวิกเป็นสารคีเลตอินทรีย์ที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสามารถคีเลตธาตุอาหารในรูปแบบที่พืชสามารถดูดซึมได้มากขึ้น ในทางกลับกัน กรดฮิวมิกสามารถปรับปรุงโครงสรา้งของดินให้กักเก็บน้ำและธาตุอาหารได้มากขึ้น





